EN|TH

DEAD SEA FORTUNE

ทะเลสาบเดดซี ขึ้นชื่อว่าเป็นขุมทรัพย์ของแร่ธาตุมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโคลน ดิน น้ำ และเกลือ ซึ่งแร่ธาตุเหล่านี้มีประโยชน์กับระบบของร่างกาย 2 ระบบ คือ ด้านผิวพรรณ (Skin System) ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระที่ก่อให้เกิดปัญหาผิวต่างๆ เช่น ริ้วรอยก่อนวัย ผิวหมองคล้ำ สิว ฝ้า กระ ช่วยเพิ่มกลไกการทำงานของเซลล์ให้แข็งแรงขึ้น เร่งการเสริมสร้างเซลล์ผิวใหม่ บรรเทาปัญหาผิวที่เกิดจากการแพ้ระคายเคืองหรืออักเสบ พร้อมฟื้นฟูสภาพผิวที่อ่อนแอจากปัจจัยต่างๆ เช่น การถูกทำร้ายโดยแสงแดด หรือจากการแพ้เครื่องสำอาง ด้านสุขภาพภายใน (Body Immune System) เป็นองค์ประกอบสำคัญต่อการทำงานของเซลล์กล้ามเนื้อ เส้นประสาท เอนไซน์ และฮอร์โมน ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อ แร่ธาตุสำคัญที่เป็นหัวใจสำคัญแห่งการฟื้นฟูผิว

ผลิตภัณฑ์บำรุงที่ตอบโจทย์สุขภาพผิวอย่างครบครัน ดูแลทุกปัญหาด้วยแร่ธาตุของท้องทะเลเดดซีจากประเทศจอร์แดน ผสมผสานกับสารบำรุงผิวจากธรรมชาติที่อุดมด้วยวิตามินสารอาหารต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อผิว มารวมตัวสารแร่ธาตุเข้มข้นอย่างและ ได้คุณสมบัติที่ดีเยี่ยมต่อการดูแลผิวในหนึ่งเดียว

คุณสมบัติพิเศษของ Dead Sea Fortune
- บำรุงผิวพร้อมเสริมสร้างความแข็งแรงทั้งผิวหน้า และผิวกาย
- ต่อต้านอนุมูลอิสระ ลดเลือนริ้วรอย พร้อมคงความอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ
- แก้ไขปัญหาผิวต่างๆ เช่น ผิวแพ้ง่าย สิว ฝ้า กระ จุดด่างดำ
- ช่วยผ่อนคลาย และลดอาการตึงเครียดของผิว
- ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ พร้อมปรับสมดุลให้เหมาะสม

Magnesium กระตุ้นการผลัดเปลี่ยนเซลล์ พร้อมปกป้องการระคายเคืองของผิว
Sodium ปกป้องอนุมูลอิสระ พร้อมปรับสภาพผิวให้ดูอ่อนเยาว์
Zinc ทำให้ผิวสะอาดใส ปราศจากอาการอักเสบ ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสิว
Sulphur เสริมสร้างผิวให้แข็งแรง ช่วยลดการเกิดเม็ดสี และปัญหาผิวหมองคล้ำ
Calcium ปกป้องผิวจากมลภาวะ พร้อมปรับสมดุลผิวอย่างเป็นธรรมชาติ
Silica ปรับสภาพผิวให้เรียบเนียน พร้อมกระชับผิว คงความอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ

   ทะเลเดดซี หรือ ทะเลมรณะ  เป็นทะเลสาบน้ำเค็มที่มีความเข้มข้นของเกลือสูงมาก อยู่ระหว่างเขตจอร์แดนและอิสราเอล ระดับน้ำอยู่ต่ำที่สุดในบรรดาทะเลทั้งหลาย กล่าวคือต่ำกว่าระดับน้ำทะเลปานกลางลงไปอีกประมาณ 400 เมตร ตอนเหนือเป็นของจอร์แดน ตอนใต้แบ่งเป็นของจอร์แดนและอิสราเอล แต่หลังสงครามอาหรับอิสราเอล กองทัพอิสราเอลยังคงครอบคลุมพื้นที่ฝั่งตะวันตกทั้งหมดอยู่

   ทะเลเดดซีอยู่ระหว่างเทือกเขายูเดียที่ด้านเหนือ และที่ราบสูงทรานสจอร์แดนที่ด้านตะวันออก แม่น้ำจอร์แดนจะไหลจากทางเหนือมายังทะเลเดดซีนี้ ซึ่งมีความยาว 80 กิโลเมตร และมีความกว้างถึง 18 กิโลเมตร ส่วนพื้นที่นั้น 1,020 ตารางกิโลเมตร แหลมอัลลิซาน (แปลว่า ลิ้น) แบ่งทะเลสาบด้านตะวันออกเป็นสองส่วน ตอนเหนือใหญ่กว่า ล้อมรอบพื้นที่ 3/4 ของพื้นที่ทั้งหมด ส่วนความลึกนั้นประมาณ 400 เมตร แอ่งตอนเหนือนั้นเล็ก และตื้น (ลึกประมาณ 3 เมตร) ในสมัยที่เขียนคัมภีร์ไบเบิล จนถึงคริสต์ศตวรรษที่ 8 พื้นที่บริเวณตอนเหนือเท่านั้นที่มีผู้อยู่อาศัย และระดับน้ำต่ำกว่าในปัจจุบัน 35 เมตร

   ทะเลที่เค็มที่สุดในโลก คนชาวอาหรับจะเรียกทะเลสาบเดดซีกันว่า "อัลบาห์รัลไมยิต” ซึ่งมีหมายความว่า ทะเลแห่งความตายเช่นเดียวกับภาษาอังกฤษ ขณะที่ ภาษาฮีบรูเรียกทะเลสาบนี้ว่า "ยัมฮาเมละฮ์" ซึ่งหมายความว่า "ทะเลเกลือ" ทะเลสาบเดดซี ตั้งอยู่ระหว่างพรมแดนระหว่างอิสราเอลและจอร์แดน เป็นทะเลสาบที่มีความเค็มที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ เค็มกว่าทะเลอื่นๆถึง 4 เท่า มีความยาว 76 กิโลเมตร กว้างถึง 18 กิโลเมตร มีจุดที่ลึกที่สุดคือ 400 เมตร และอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลถึง 417.5 เมตร ซึ่งนับว่าเป็นพื้นที่ ที่อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลมากที่สุดในโลกอีกแห่งด้วย สำหรับทะเลสาบเดดซี เป็นจุดหมายปลายทางของผู้ชื่นชอบในการเดินทางไปในสถานที่ต่างๆ เป็นทะเลที่ไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่เลยแม้แต่อย่างเดียว ทำให้ทะเลนี้ได้ชื่อว่าเป็น "ทะเลแห่งความตาย" ไปเลย เพราะทะเลสาบแห่งนี้มีความเข้มข้นของเกลือมาก แบบว่าเค็มจนไม่มีอะไรมาอยู่ได้ ปลาหรือสิ่งมีชีวิตใดๆ ไม่สามารถอาศัยอยู่ได้เลย ยกเว้นแต่พวกแบคทีเรียและพวกพืชขนาดเล็กมากอย่างเช่น เห็ด รา เล่ากันว่า บางครั้งที่ปลาน้อยปลาใหญ่จากแม่น้ำจอร์แดนหลงว่ายเข้ามาบ้าง แต่พวกมันก็ตายทันทีที่เข้ามาถึงทะเลแห่งนี้

   สาเหตุที่ทำเราไม่จมในทะเลสาบเดดซี ก็เป็นเพราะน้ำในทะเลซึ่งมีเกลือละลาย อยู่ในน้ำมากถึง 25% ทำให้น้ำในทะเลเดดซี มีความหนาแน่นมากเป็นพิเศษ คนที่ลงไปเล่นน้ำในทะเลสาบแห่งนี้จะไม่มีวันจมน้ำ ไม่ว่าจะตัวเราจะอ้วน หรือหนักขนาดไหนก็ยังความหนแน่นน้อยกว่าน้ำของทะเลสาบอยู่ดี ขณะที่ทะเลสาบในที่อื่นๆ โดยทั่วไปแล้วจะมีเกลือละลายอยู่ในน้ำเพียงแค่ 4% - 6% เท่านั้น